“เมื่อขบวนการของนิสิต นักศึกษา นักเรียน กรรมกรและชาวนาสำแดงออกซึ่งพลังในการคัดค้านต่อต้านประเด็นต่าง ๆ แต่ละครั้งมักมีข่าวลืออยู่เสมอว่ามีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังซึ่งเป็นมือที่สามบ้าง เป็นนักการเมืองที่หวังประโยชน์ส่วนตนบ้าง หรือเป็นผู้อยากดัง อยากหาชื่อเสียงให้กับตนเองบ้าง และที่สำคัญคือเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ไม่ว่าข่าวลือดังกล่าวนั้นจะมาในกระแสไหน เราพอจะวิเคราะห์ได้ว่าทั้งผู้ที่เผยแพร่ข่าวลือและผู้ยอมรับเอาข่าวลือนั้นมีสมบัติร่วมกันอยู่บางประการอันได้แก่ 1.เป็นผู้ไม่สามารถคิดและเชื่อว่าประชาชนวงการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตกอยู่ในภาวะของความบีบคั้นกดขี่ (รวมทั้งอาจต่ำต้อย ยากจน และด้อยการศึกษาในระบบโรงเรียน) จะพัฒนาความสำนึกและรวมพลังกันได้ถ้าไม่มี คนมีปัญญาไปจูงจมูกเขาเหมือนวัวควาย สมบัติประจำตัวอันนี้คือสมบัติของผู้ดูถูกประชาชน 2.เป็นผู้ที่ฝังแน่นอยู่ในระบบศักดินาสวามิภักดิ์ เป็นซากเดน ของความคิดที่ว่าพฤติกรรมทุกอย่างของมนุษย์ที่เป็นบุคคลแต่ละคนก็ดี หรือขบวนการของประชาชนก็ดีจะต้องเป็นพฤติกรรม

เมื่อวานนี้ผมกับคุณ พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu ได้ร่วมพูดคุยกันในรายการ Pro & Constitution พอดแคสท์ตอนนี้มีความยาวกว่า 1 ชั่วโมง เพราะผมได้ลงรายละเอียดพัฒนาการที่มาที่ไปในเชิงประวัติศาสตร์และการถกเถียงเชิงหลักการตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งกรณีของต่างประเทศหลายกรณี รวมถึงประเทศอังกฤษที่ไทยเราเหมือนจะยึดเป็นแบบอย่างของระบอบ “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ในครึ่งหลัง ผมพูดถึงประเด็นปัญหาที่กำลังมีการพูดถึงในปัจจุบัน นั่นคือว่าด้วยเรื่องของสถานะและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสามข้อเรียกร้องสำคัญของกลุ่มผู้ชุมนุม และแน่นอนว่าเมื่อเราพูดถึงการปฏิรูป ย่อมไม่ใช่แค่การแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญเท่านั้นถึงจะสามารถปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ได้

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2563 รายงานข่าวจากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ฝนตกหนักภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีผลกระทบช่วงวันที่ 25-28 พ.ย. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 25-28 พฤศจิกายน 2563 บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง พื้นที่เสี่ยงฝนหนักถึงหนักมาก จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และจ.พัทลุง