โควิด 19 กับความสำคัญทางวิทยาศาสตร์

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสข้อความ ว่า

ผมดีใจมากที่วิกฤตเป็นโอกาส
ผมเชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ อยากเรียนวิทยาศาสตร์กันมากขึ้น
ขณะนี้รู้จักติดตามและอ่าน time line
การสืบสวนสอบสวน การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์
การติดตามสายพันธุ์ไวรัส การแพร่กระจายของไวรัสทางด้านระบาดวิทยา
การคิดคำนวณ นับเลข บวกเลข ดูกราฟเป็น วันนี้จะขึ้นหรือลง
นักเรียนรุ่นใหม่ จะได้ยินได้ฟังอยู่เสมอ และเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์
ในการประดิษฐ์คิดค้น ทางด้านวิทยาศาสตร์เพื่อต่อสู้กับโรคอุบัติใหม่ที่ท้าทาย
ในอนาคตเราน่าจะมีคนรุ่นใหม่มาเรียน ทางด้านระบาดวิทยา วิทยาศาสตร์เชิงโมเลกุล การคิดค้นหาตัวอย่าง พัฒนาวัคซีน ประดิษฐ์สิ่งต่างๆให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่

โควิด 19 วัคซีน

1 ขณะนี้ ทั่วโลก วัคซีนโควิด ที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ฉีดในภาวะฉุกเฉิน มีแล้วถึง 6 ชนิด ของจีน 3 ชนิด รัสเซีย 1 ชนิด อเมริกา 1 ชนิด และอเมริการ่วมกับเยอรมัน 1 ชนิด

2 วัคซีนเป็นเชื้อตาย 2 ชนิดของจีน ไวรัสเวกเตอร์ 2 ชนิดเป็นของจีนและรัสเซีย และ mRNA 2 ชนิดเป็นของอเมริกา และอเมริการ่วมกับเยอรมนี

3 วัคซีน AstraZeneca ที่ไทยรอคอยอยู่ ยังไม่สิ้นสุดการทดลอง

4 มีร่วม 10 ประเทศได้เริ่มฉีดวัคซีนไปแล้ว มากกว่า 5 ล้าน โดส และภายในมกราคม จะมีการฉีดอีกหลายสิบเท่า ซึ่งคาดว่าจะเป็นร้อยล้านโดส

5 ประเทศต่างๆได้ขึ้นทะเบียน หรือทะเบียนในภาวะฉุกเฉินในวัคซีนบางตัว มากกว่า 30 ประเทศ และรวม EU ทั้งหมด แสดงว่าจะมีการฉีดเป็นจำนวนมาก ในเดือนมกราคม

ทำไมประเทศไทยจึงช้าในเรื่องวัคซีนโควิด

1 เพราะเรามุ่งอยู่กับวัคซีนไวรัส เวกเตอร์ของ AstraZeneca อย่างเดียวหรือ? (ไม่ทราบ) ยังทดลองไม่เสร็จ และยังไม่มีประเทศไหนขึ้นทะเบียน แม้กระทั่งในภาวะฉุกเฉิน (รออังกฤษ) ความจำเป็นที่ต้องใช้วัคซิน มีจำนวนมากกว่าที่ทำสัญญาไว้มาก

2 เราไม่ควรยึดติดอยู่กับวัคซีน บริษัทใดบริษัทหนึ่ง มีวัคซีนให้เลือกในขณะนี้ หลายบริษัท แม้กระทั่งของจีน ยุโรป อเมริกา

3 ขบวนการติดต่อจัดซื้อ ไม่ควรอยู่ที่วัคซีนชนิดใดชนิดหนึ่ง เพราะมีความจำเป็นใช้ถึง 80 ล้านโดส ควรจะมีตัวเลือก และ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน

4 ภาคเอกชนควรมีส่วนช่วยภาครัฐ เชื่อว่าถ้าให้เอกชนนำเข้า จะแบ่งเบาภาครัฐได้มาก ถึงแม้ว่าวัคซีนที่จะต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำ ก็ไม่เป็นปัญหา ในสิงคโปร์สามารถจัดการได้ ประเทศไทยก็ควรจะจัดการได้ เพื่อจะได้แบ่งเบาวัคซีนของภาครัฐ ให้ได้เพียงพอกับประชาชนทั่วไปโดยเร็ว

5 กระบวนการขึ้นทะเบียนของไทย จะต้องมีขั้นตอนที่รวดเร็ว

ดูแผนที่และข้อมูลจาก Wikipedia การวางแผนการให้วัคซีนของประเทศต่างๆทั่วโลกแล้ว แม้กระทั่งแผนการขึ้นทะเบียนการใช้อย่างฉุกเฉิน รออยู่ ก็ไม่มีประเทศไทย

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี สิงคโปร์ มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งนำหน้าไปแล้ว

เราจะทำอย่างไร ให้ประเทศไทยขยับตัวได้เร็วกว่านี้ ไม่รอถึงมิถุนายน อย่างที่เป็นข่าว การระบาดครั้งนี้ หนักกว่าที่คิด

ผู้รับวัคซีน ควรมีสิทธิ์เลือกที่จะฉีดหรือไม่ฉีด และควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด

โควิด 19 วัคซีน (ต่อ)
สวัสดีปีใหม่ ขอกล่าวถึงรายละเอียดของวัคซีนที่มีอยู่ในโลก ตามหลักฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้

วัคซีนที่ใช้ในการป้องกันโรคโควิด 19 จัดกลุ่มได้หลายชนิด แต่ที่มีการ ขึ้นทะเบียนภาวะปกติและฉุกเฉิน ที่กล่าวไว้ครั้งที่แล้วมี 6 ตัว ผมเขียนวันที่ 29 ธันวาคม และโพสต์ตอน 5:00 น ของวันที่ 30 และก็เขียนไว้ว่า AstraZeneca รออังกฤษ และต่อมาขึ้นทะเบียนได้ในวันที่ 30 ธันวาคม เวลาอังกฤษช้ากว่าเรา และขณะนี้มีวัคซีนกำลังรอขึ้นทะเบียน Pending ในภาวะฉุกเฉินอีกหลายตัว แบ่งกลุ่มวัคซีนได้เป็น

1 mRNA วัคซีน มีการศึกษากันมาก มีการศึกษาในมนุษย์ถึงระยะที่ 2 -3 ถึง 3 ชนิด กลุ่มนี้มีความก้าวหน้า และขึ้นทะเบียนภาวะฉุกเฉินแล้ว 2 ชนิด ได้แก่ ของ Pfizer BioNtech และ Moderna ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคถึงร้อยละ 95

วัคซีน Pfizer ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว มากกว่า 8 ประเทศได้แก่ ประเทศซาอุดิอาระเบีย สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศในเครือ EU นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ Faroe Iceland กรีนแลนด์และเซอร์เบีย และขึ้นทะเบียนในภาวะฉุกเฉิน อีก 18 ประเทศรวมทั้งสิงคโปร์ที่ใกล้กับบ้านเราด้วย

วัคซีนของ Moderna ขึ้นทะเบียนภาวะฉุกเฉินในอเมริกาและแคนาดา

2. ใช้ไวรัสเป็นตัวนำ ก็มีการศึกษากันมากเช่นเดียวกันและ มีการศึกษาในมนุษย์ระยะท้ายในมนุษย์อยู่ 4 ชนิด และได้ขึ้นทะเบียนภาวะฉุกเฉิน 3 ชนิดได้แก่ Ad 5-nCov ของ Cansino ประเทศจีน Sputnik V ของรัสเซียและ AstraZeneca ประเทศอังกฤษประสิทธิภาพรวม 70% มีการแจกแจงแบบให้ครึ่ง dose แล้วตามด้วยเต็มโดส (90%)และมีการให้เต็มโดสและเต็มโดส (62%) การให้ครึ่งโดส จากความผิดพลาดของโรงงานโดยบังเอิญ และวัคซีนดังกล่าว เพิ่งขึ้นทะเบียนได้ล่าสุด 30 ธันวาคมที่ผ่านมา จากประเทศเจ้าของคืออังกฤษ หลังจากที่ผมได้โพสต์ก่อน

วัคซีนของจีนขึ้นทะเบียนฉุกเฉินในประเทศจีนเท่านั้น

AstraZeneca ขึ้นทะเบียนฉุกเฉินในอังกฤษและอาร์เจนตินา

วัคซีนของรัสเซียขึ้นทะเบียนฉุกเฉินในรัสเซีย เบลารุส และอาร์เจนตินา

3 วัคซีนเชื้อตาย มีการศึกษาในมนุษย์ระยะท้าย 5 ชนิด และได้ขึ้นทะเบียนภาวะฉุกเฉินแล้ว 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนของ Sinovac และ Sinopharm ประเทศจีน

วัคซีน Sinovac ขึ้นทะเบียนฉุกเฉินในประเทศจีน ส่วนของ Sinopharm ขึ้นทะเบียนใช้ในภาวะปกติในจีนสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน

หลักการของวัคซีนใน 3 กลุ่มนี้

1 mRNA และไวรัส Vector ใช้หลักการคล้ายกัน mRNA จะใช้ lipid nanoparticle ส่วนไวรัสเวกเตอร์จะใช้ตัวไวรัส เป็นตัวนำพา RNA เข้าสู่เซลล์มนุษย์ แล้วอาร์เอ็นเอที่เป็น Messenger RNA จะเข้าสู่โรงงาน ไรโบโซม สร้างโปรตีน ส่งผ่านออกมานอกเซลล์ โปรตีนที่สร้างออกมาเปรียบเสมือนเป็นแอนติเจน ตามรูปแบบที่กำหนด ให้ร่างกายกระตุ้นสร้างแอนติบอดี หรือภูมิต้านทานนั่นเอง วัคซีนในกลุ่มนี้จึงเป็นวัคซีนใหม่ด้วยเทคโนโลยีสูง mRNA วัคซีนจึงเป็นวัคซีนชนิดแรกที่ใช้ในคน

ไวรัสเวกเตอร์มีการศึกษาทดลองวัคซีน อีโบล่ามาบ้างแล้ว

2 วัคซีนเชื้อตาย ใช้วิธีการดั้งเดิมอย่างวัคซีนในอดีตหลายชนิดเช่นไวรัสตับอักเสบเอ โปลิโอชนิดเชื้อตายที่พยายามหลีกเลี่ยงโปลิโอชนิดเชื้อเป็น เพราะมีความปลอดภัยกว่าโปลิโอชนิดเชื้อเป็นที่อาจทำให้เกิดโรคได้

นอกจากนี้ยังมีวัคซีนที่รอการขึ้นทะเบียนในภาวะฉุกเฉิน (Pending) เช่น วัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson เป็นไวรัสvector วัคซีน Novavax เป็นแบบ recombinant protein และวัคซีน Covaxin ของอินเดีย เป็นชนิดเชื้อตาย ซึ่งคงต้องรอ

การศึกษาที่บอกว่ายังไม่ครบถ้วน เป็นการศึกษาอย่างเร่งด่วนให้สำเร็จใน 1 ปี เพราะไม่ทราบผลการศึกษาระยะยาว ความคงทนของภูมิต้านทาน และข้อมูลต่างๆ จำต้องเป็นขึ้นทะเบียนแบบฉุกเฉิน โดยเปรียบเทียบผลที่ได้จากการป้องกันโรค กับอันตรายที่เกิดขึ้นจากวัคซีน ผลที่ได้มากกว่า ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นในภาวะฉุกเฉิน บริษัทจึงมีเงื่อนไข ไม่สามารถฟ้องร้องบริษัทได้ ซึ่งเหมือนกันหมดทุกบริษัท

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อินโดนีเซียได้รับวัคซีนจากจีน Sinovac 3 ล้านโดสในเดือนธันวาคม และเมื่อผ่านการขึ้นทะเบียน ภาวะฉุกเฉิน คาดว่าจะเป็นต้นเดือนมกราคม ก็จะมีการเริ่มใช้ หลังจากนั้นจีนก็จะส่งต่อให้บริษัทใหญ่ของอินโดนีเซียที่รู้จักกันดีคือ Bio Farma ผลิตเพิ่มอีก 45 ล้านโดส และอินโดนีเซียวางแผนที่จะซื้อวัคซีนจาก astrazeneca ใน Q2 อีกและวางแผนจากบริษัทอื่นๆอีก 50 ล้าน

ฟิลิปปินส์ ติดต่อกลับทุกบริษัท รวมทั้ง บริษัทไฟเซอร์และ modena ในระยะแรก 20 ล้านโดสและต่อมาจะพยายามติดต่ออีก 80 ล้านโดส จากบริษัทต่างๆรวมทั้ง astrazeneca Novavax และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน

ในไตรมาสแรก จะใช้วัคซีนของจีนคือ Sinovac และสปุ๊กนิคของรัสเซีย ซึ่งขณะนี้เข้าใจว่ากำลังรอขึ้นทะเบียนในฟิลิปปินส์

มาเลเซีย ก็มีการติดต่อกลับ vaccine เกือบทุกบริษัทไม่ว่าจะเป็น Pfizer, Sinovac, CanSino หรือแม้กระทั่ง Moderna และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน

คาดว่าในไตรมาสแรก มาเลเซียจะได้ รับวัคซีนจาก Pfizer?

สิงคโปร์ได้เริ่มการให้วัคซีนจากบริษัท Pfizer แล้วตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม

ประเทศไทย เดิมมีการกล่าวว่า จะเริ่มแผนการให้วัคซีนกลางปี โดยใช้ของ AstraZeneca

ขณะนี้ดีใจมาก ที่ท่านรองนายก ออกมาพูดว่าจะให้ได้รับวัคซีนภายในเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนไทยที่จะเลือกได้รับวัคซีนหรือไม่ โดยคำนึงถึงความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

ผมดีใจมากที่หลังจากการเผยแพร่วันก่อน มีการตอบสนองออกมามากมายทั้งภาครัฐและประชาชน

เมื่อมองดูทั่วโลกแล้ว จะมีการขึ้นทะเบียนภาวะฉุกเฉินต่อวัคซีนดังกล่าวมาแล้ว จากประเทศต่างๆเป็นจำนวนมาก เพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนต่อการเกิดโรค กับอาการแทรกซ้อนของวัคซีน แน่นอนวัคซีนแต่ละตัวมีการศึกษาวิจัยในระยะค่อนข้างสั้น และวัคซีนหลายตัวเป็นวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้ได้การผลิตในปริมาณที่สูง

https://www.facebook.com/yong.poovorawan/posts/5043862325656344

Related Posts